Webboard
   EOL Webboard
 [ Login ] 
Darinee
Post    : 3
Joined : 2015-11-20
◊ เทคนิคการ Paraphrase เมื่อต้องสอบ IELTS Post Date : 2015-11-20 17:35:22

พอดีมีโอกาสได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับการ Paraphrasing  และเห็นว่าน่าสนใจ และคงมีประโยชน์กับหลายๆคนที่กำลังเตรียมสอบ IELTS เลยขอนำมาแชร์นะคะ

 

ทักษะที่สำคัญมากๆ ทักษะหนึ่งที่ผู้เตรียมสอบ IELTS จะต้องเรียนรู้ก่อนไปสอบ คือ การ Paraphrase

Paraphrasing คือ การกล่าวถึงความคิดผู้อื่นด้วยถ้อยคำและสไตล์ของเราเอง เหมือนกับการแปล แต่ไม่ใช่ว่าแปลจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่ง แต่เป็นการแปลความคิดและสไตล์การเขียนของคนหนึ่งให้เป็นคำพูดและสไตล์การ เขียนของเรา

ใคร Paraphrase เก่ง คนนั้นก็มีโอกาสได้คะแนน IELTS Writing สูงขึ้นนั่นเองนะคะ

Example

โจทย์ Task 2 :

More and more students are choosing to study at colleges and universities in a foreign country. Do the benefits of studying abroad outweigh the drawbacks?

Introduction ของ Task 2 เรื่องนี้ :

The number of undergraduates selecting a foreign country for their further education has been increasing dramatically. In my viewpoint, there are clearly more advantages and disadvantages of this trend.

อย่างที่เห็นเลยค่ะว่า ประโยคที่เขียนใน Introduction (ประโยคสีส้มที่ถูก paraphrase) ใช้เทคนิคในการ paraphrase ดังนี้

  1. ใช้คำเหมือน (synonyms) เพื่อเปลี่ยนคำศัพท์ให้ต่างจากในโจทย์ข้อสอบ เช่น ใช้

“undergraduates” แทน “students”

“select” แทน “chose”

“further education” แทน “colleges and universities”

  1. เปลี่ยนโครงสร้างของประโยค เช่น ใช้โครงสร้าง

“The number of xxx  has been increasing” แทน “More and more students ……..”

 

สรุปแล้ว เทคนิคในการ Paraphrase หลักๆ มีดังนี้ค่ะ

  1. ใช้คำเหมือน (synonyms)

การใช้คำเหมือนนี้ ก็คือการนำคำที่มีความหมายเหมือนกันมาแทนที่คำเดิมนั่นเอง เช่น

“The number of teachers increased sharply.”

–> “The proportion of lecturers grew significantly.”

อย่างที่เห็นเลยค่ะ ว่าคำทั้งหมด 4 คำ สามารถหาคำเหมือนมาแทนที่ได้หมดเลย อันที่จริง เวลานำไปปฏิบัติ ไม่จำเป็นต้องแทนทุกคำขนาดนี้ แต่ยิ่งมากเท่าไร ยิ่งดีนะคะ

เทคนิคนี้ดูจะเข้าใจง่าย และเป็นวิธีที่ผู้สอบ IELTS ส่วนมากนิยมใช้ แต่จะว่ากันตามจริงแล้ว การปฏิบัติไม่ง่ายนักค่ะ เพราะว่าบ่อยครั้งที่ผู้สอบไม่ได้ใช้คำที่ความหมายเหมือนเดิมจริงๆ แค่คล้ายกัน หรือบางครั้ง แม้เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน แต่มีหลักในการใช้งานต่างกันนะคะ

“The number of teachers increased sharply.”

–> “The amount of lecturers grew significantly.” X

เปลี่ยน “number” เป็น “amount” แบบนี้ไม่ถูกนะคะ เพราะว่า “the amount of + uncountable noun” แต่ “the number of + plural noun” จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้ค่ะ

“Disadvantaged kids prefer to wear uniforms as they do not have proper outfits.”

–> “Disadvantaged kids prefer to wear uniforms as they do not have proper costumes.” X

เปลี่ยน “outfits” เป็น “costumes” แบบนี้ไม่ถูกต้องค่ะ เพราะว่า “costumes” ไม่ใช่เสื้อผ้าที่ใส่กันทั่วไป แต่เป็นเสื้อผ้าสำหรับการแสดง หรือโอกาสเฉพาะบางอย่างเท่านั้นค่ะ

สรุปแล้ว หากรักที่จะใช้ synonyms ก็ต้องมั่นใจ 100% นะคะว่าเป็นคำที่ความหมายเหมือนกัน และถูกหลักการใช้งานในประโยคนั้นๆ ด้วยค่ะ

  1. เปลี่ยนลำดับคำ (word order)

การเปลี่ยนลำดับคำ ช่วยให้ผู้สอบ Paraphrase ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกันค่ะ แต่ต้องระวังเรื่องความถูกต้องของไวยากรณ์ด้วยนะคะ ทั้งนี้ การเปลี่ยนลำดับคำ อาจจะจำเป็นต้องมีการเพิ่ม หรือลดคำ รวมทั้งเปลี่ยนรูปคำไปด้วยในเวลาเดียวกันค่ะ ขอแบ่งการเปลี่ยนลำดับคำเป็น 2 วิธีย่อยๆ ดังนี้

2.1 ถ้าประโยคนั้นๆ มี 2 ประโยคย่อย (2 clauses) ก็อาจจะสลับตำแหน่งประโยคได้เลยนะคะ เช่น

“Students may encounter financial issues because the price of goods, services and tuition fees are usually higher than their hometown.”

–> “Because the price of goods, services and tuition fees are usually higher than students’ hometown, they may encounter financial issues.”

หลังจากสลับลำดับ clause แล้ว ผู้สอบอาจจะเพิ่มการใช้เทคนิคข้อ 1 เข้ามาด้วย ก็ยิ่งดูดีกันเข้าไปอีกระดับค่ะ

–>Since the price of goods, services and tuition fees are generally higher than students’ hometown, they possibly will undergo financial issues.”

2.2 ถ้าประโยคนั้นๆ มีคำคุณศัพท์ (adjectives) ขยายอยู่หน้าคำนาม ผู้สอบสามารถเปลี่ยนให้คำคุณศัพท์กลายเป็น relative clause (ใช้ relative pronouns มาช่วยนั่นเอง) เช่น

“I believe that mature learners are more likely to gain success.”

–>  I believe that learners who are mature are more likely to gain success.”

  1. เปลี่ยนรูปคำ (word form)

คำศัพท์ภาษาอังกฤษมีรูปคำที่แตกต่างกัน คือ คำนาม (nouns), คำกริยา (verbs), คุณศัพท์ (adjectives) และ วิเศษณ์ (adverbs) การเปลี่ยนรูปคำ ก็ทำให้ผู้สอบ Paraphrase ได้ง่ายๆ เหมือนกัน แต่เหมือนเดิมเลย คือต้องระวังเรื่องความถูกต้องของไวยากรณ์เสมอนะคะ  เช่น

“Individuals will have a definite edge in the business world if they are able to communicate effectively in more than one language.”

–> “Individuals will have a definite edge in the business world if they have the ability to communicate effectively in more than one language.”

“The number of lecturers grew significantly.”

–>  “The number of lecturers underwent a significant growth.”

  1. เปลี่ยนจาก active เป็น passive voice

งานเขียนที่จะได้คะแนนสูงนั้น มักจะต้องมีการใช้ passive voice  ด้วยอยู่แล้วนะคะ และหากผู้สอบมีความเข้าใจโครงสร้างประโยคที่กรรมเป็นผู้ถูกกระทำนี้ ย่อมจะช่วยให้ Paraphrase ได้มากขึ้นอีกหลายประโยคเลยค่ะ เช่น

“We cannot overlook the drawbacks to studying abroad.”

–> “The drawbacks to studying abroad cannot be overlooked.”

“The number of lecturers at Oxbridge Institute underwent a significant growth.”

–> “A significant growth was recorded in the number of lecturers at Oxbridge Institute.”

 

เราควรจะใช้เทคนิคทั้งหมดกี่เทคนิคในการ Paraphrase

อันที่จริง ผู้สอบควรเรียนรู้ทุกๆ เทคนิค และพยายามฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง อาจจะเริ่มจากเทคนิคที่ดูเข้าใจง่ายๆ ก่อน เช่น เทคนิคที่ 1 การใช้ synonyms และในเวลาเดียวกันก็ทบทวนหลักไวยากรณ์ต่างๆ ไปด้วย เพื่อให้สามารถพัฒนาการใช้เทคนิคอื่นๆ เพิ่มเติมไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลในการเตรียมสอบ IELTS จาก http://www.oxbridge.in.th/ielts-general-tips/เทคนิคการ-paraphrase-ielts