Sign Up / ทดลองใช้ฟรี

Forgot Password?
    Affirmative Sentence Structures in Thai & English
Home  » Hello ASEAN  »  Affirmative Sentence Structures in Thai & English
Headline : โครงสร้างประโยคบอกเล่าในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
Date : 28   ตุลาคม   2559
View : 1373
By หมีพูห์
  

Affirmative Sentences in Thai & English

ประโยคบอกเล่าในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ



อยากรู้จังว่าโครงสร้างประโยคบอกเล่าในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีหลักการหรือกฎเกณฑ์ที่คล้ายกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง คอลัมน์ Hello ASEAN ในวันนี้ก็จะนำท่านผู้อ่านทุกท่านไปหาคำตอบกันค่ะ!!!


ผลการค้นหารูปภาพ

ประโยคบอกเล่า คือ ประโยคแจ้งให้ทราบ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Affirmative Sentence

โครงสร้างประโยคบอกเล่าในภาษาไทย (Thai Affirmative Sentence)ประกอบด้วย:

ประธาน + กริยา + กรรม + (ส่วนขยาย)

*ส่วนขยายจะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับเจตนาในการสื่อสาร*

ตัวอย่างเช่น

- ฉันไปโรงเรียน

ฉัน เป็น ประธาน (วางไว้หน้าประโยค ทำหน้าที่เป็นผู้กระทำอาการ)

ไป เป็น กริยา (แสดงอาการหรือการกระทำ)

โรงเรียน เป็น ส่วนขยายของคำว่า ไป (แสดงถึงสถานที่)

ผลการค้นหารูปภาพ

โครงสร้างประโยคบอกเล่าในภาษาอังกฤษ (English Affirmative Sentence)ประกอบด้วย:

Subject (ประธาน) + Verb (กริยา) + Object (กรรม) + Complement (ส่วนขยาย)

*ส่วนขยายจะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับเจตนาในการสื่อสาร* คล้ายกับประโยคภาษาไทย

ตัวอย่างเช่น

- I go to school.

I เป็น Subject

go เป็น Verb

to school เป็น Complement (Adverb of Place)

จากประโยค 2 ประโยคข้างต้นนั้น สังเกตได้ว่า มีลักษณะโครงสร้างของภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกันมากเลยทีเดียว แต่ก็มีจุดแตกต่างกันอยู่บ้างบางส่วน สังเกตว่า ถ้าเป็นประโยคในภาษาไทย เราไม่มีการพูดถึงคำบุพบท (Preposition) ที่บอกสถานที่ ซึ่งมาจากประโยคเต็มๆว่า “ฉันไปที่โรงเรียน” พูดได้ แต่ว่าไม่ค่อยเป็นธรรมชาติในภาษาไทยสักเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าอยู่ในประโยคภาษาไทย เราจะตัดคำบุพบทออก

แต่ในทางกลับกัน ในประโยคภาษาอังกฤษ เรื่องคำบุพบทนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ถ้าคำกริยาตัวใดมีคำบุพบทปรากฏร่วมอยู่ ก็ต้องใช้คำบุพบทตัวนั้นควบคู่กันไป และในที่นี้ คำว่า go จะต้องตามด้วยคำบุพบทคือ to จึงเป็น go to แปลว่า ไปที่


ผลการค้นหารูปภาพ


 

Explained by: หมีพูห์