EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


Forgot Password?
    English from news- อ่านข่าวฝึกภาษา
Home  » English from news  »  English from news- อ่านข่าวฝึกภาษา
Headline : มีผลสำรวจรายงานออกมาว่า เด็กไทยประมาณครึ่งนึงเลยที่เดียว ที่ทำงานไม่ตรงกับสิ่งที่ร่ำเรียนมา..ประเด็นนี้น่าสนใจไม่น้อย..ว่าแล้ว เราไปอ่านข่าวนี้กันเถอะ! กับหัวข่าวที่ว่า Half of Thai Graduates Work in Jobs Unrelated to Their Degrees: Survey
Date : 6   พฤศจิกายน   2562
View : 2095
By Zomonatto
  

 

 

สวัสดีค่าาา English from News รายงานตัวค่ะ

เพื่อนๆชาว EOL น่าจะพอทราบกันนะคะว่า เด็กไทยในยุคนี้ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ทำงานตามสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมา... มีผลสำรวจรายงานออกมาว่า เด็กไทยประมาณครึ่งนึงเลยที่เดียว ที่ทำงานไม่ตรงกับสิ่งที่ได้เรียนมา ซึ่งแตกต่างจากคนรุ่นก่อน....

ประเด็นนี้น่าสนใจไม่น้อย... ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว...เราไปอ่านข่าวด้านล่างกันเลยค่า!! 

 

(คลิกคลุมแถบสีเทาเพื่อดูคำแปล)

Half of Thai Graduates Work in Jobs Unrelated to Their Degrees: Survey

ครึ่งหนึ่งของผู้สำเร็จการศึกษาชาวไทยทำงานในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับ

ปริญญาของพวกเขา ผลการสำรวจชี้

 

 

BNK48 singer Cherprang Areekul, who holds a degree in chemistry, surrounded by her fans during her graduation day from Mahidol University International College on Oct. 2, 2019.

นักร้องวง BNK 48"เฌอปราง อารีย์กุล" ผู้สำเร็จการศึกษาด้านเคมี ถูกล้อมรอบด้วยแฟนคลับของเธอ ในระหว่างวันพิธีรับปริญญาจากวิทยาลัยนานาชาติมหิดล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562

 

BANGKOK — About half of all Thai graduates are working in fields unrelated to their university degrees, according to a survey of over 1,000 people.

กรุงเทพฯ – จากผลสำรวจมากกว่า 1,000 คน พบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้สำเร็จการศึกษาชาวไทยทั้งหมดกำลังทำงานในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับปริญญาจากมหาวิทยาลัยของพวกเขา

UK-based market research agency YouGov found that 52 percent of Thai bachelor’s and above degree graduates work in jobs unrelated to their degrees. Those who completed a degree in humanities (67 percent) are most likely to switch their career paths, as opposed to those with a degree in health or welfare (24 percent).

หน่วยงานวิจัยการตลาดในสหราชอาณาจักร YouGov พบว่า ร้อยละ 52 ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทขึ้นไปทำงานในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับปริญญาของพวกเขา ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาในสาขามนุษยศาสตร์ (ร้อยละ 67) มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเส้นทางในสายอาชีพของพวกเขา ซึ่งต่างจากผู้ที่มีวุฒิการศึกษาด้านสุขภาพ หรืองานสวัสดิการ (ร้อยละ 24)

Older Thais (aged 45 to 54) are more likely than younger generations (aged 25 to 34) to work in jobs relevant to their degree (56 percent vs. 48 percent).

คนไทยที่มีอายุมากกว่า (อายุ 45 ถึง 54 ปี) มีแนวโน้มมากกว่าคนรุ่นใหม่ (อายุ 25 ถึง 34 ปี) ที่จะทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับปริญญาของพวกเขา (56 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 48 เปอร์เซ็นต์)

Those who studied in Thailand were more likely to work in jobs unrelated to their degree (52 percent), compared to respondents who studied abroad (34 percent).

ผู้ที่ศึกษาในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะทำงานในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาระดับปริญญาของพวกเขา (52 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเทียบกับผู้ตอบแบบสอบถามที่ศึกษาในต่างประเทศ (34 เปอร์เซ็นต์)

“The world is changing. The boundary which divides jobs and degrees is blurring as employers are looking at your experience rather than your grades,” Supavitch said. “People can also take online courses to learn additional skills they did get from the classroom.”

โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ขอบเขตที่แบ่งงานและการศึกษาระดับปริญญานั้นกำลังพร่ามัว เนื่องจากนายจ้างกำลังมองที่ประสบการณ์ของคุณมากกว่าเกรดของคุณ” นายศุภวิชญ์กล่าวผู้คนสามารถลงเรียนหลักสูตรออนไลน์เพื่อเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ได้จากชั้นเรียน”

Rockstar philanthropist Artiwara

“Toon Bodyslam” Kongmalai holds a degree in law.

ร็อคสตาร์ผู้ใจบุญ อาทิวราห์ “ตูน บอดี้สแลม” คงมาลัย

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ในสาขากฎหมาย

 

However, two thirds (66 percent) still responded that they found their degrees “very useful,” while a third (30 percent) find them “somewhat useful.” Only 3 percent find them “useless.”

อย่างไรก็ตาม สองในสาม (66 เปอร์เซ็นต์) ยังคงตอบว่า พวกเขาพบว่า ปริญญาของพวกเขา "มีประโยชน์มาก" ในขณะที่หนึ่งในสาม (30 เปอร์เซ็นต์) พบว่า ปริญญาขอพวกเขา "มีประโยชน์บางส่วน" มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่พบว่า ปริญญาของพวกเขา "ไม่มีประโยชน์"

Of these respondents, those who studied health or welfare (82 percent) are more likely to think of their degrees as very useful, compared to those who studied marketing and advertising (59 percent).

ในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามเหล่านี้ ผู้ที่ศึกษาด้านสุขภาพหรืองานสวัสดิการ (82 เปอร์เซ็นต์) มีแนวโน้มที่จะคิดว่า ปริญญาของพวกเขามีประโยชน์มาก เมื่อเทียบกับผู้ที่ศึกษาด้านการตลาดและการโฆษณา (59 เปอร์เซ็นต์)

“I don’t think my degree matters that much,” Vatcharakorn Tiyapornsuwan, 22, an advertising graduate said. “Everyone can take on a career in advertising if they have creativity and some technical expertise.”

"ผมไม่คิดว่าปริญญาของผมมีความสำคัญเท่าไหร่” นาย วัชรากร ติยพรสุวรรณ อายุ 22 ปี บัณฑิตด้านการโฆษณากล่าว “ทุกคนสามารถทำอาชีพด้านการโฆษณาได้ หากพวกเขามีความคิดสร้างสรรค์และความรู้ความชำนาญด้านเทคนิค”

When it comes to watershed moment like choosing a degree, 34 percent of the respondents made the decision on their own. Some 31 percent said the decision was influenced by their parents, 24 percent by their friends, and 15 percent by their teachers.

เมื่อพูดถึงช่วงเวลาผกผัน เช่น การเลือกเรียนในระดับปริญญา 34 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามทำการตัดสินใจด้วยตัวเอง ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 31 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า การตัดสินใจนั้นได้รับอิทธิพลมาจากพ่อแม่ของพวกเขา อีก 24% กล่าวว่าได้รับอิทธิพลจากเพื่อนๆของพวกเขา และอีก 15% ได้รับอิทธิพลจากคุณครูของพวกเขา


News Source: Khaosod English

http://www.khaosodenglish.com/news/2019/10/22/half-of-thai-graduates-work-in-jobs-unrelated-to-their-degrees-survey/

Photo Credit: Khaosod English

 

 

Vocabulary ที่ไม่รู้ ไม่ได้แล้ว!!!

 

1. graduate (noun, verb, adjective) : ผู้สำเร็จการศึกษา, บัณฑิต, ผู้รับปริญญา, เรียน จบจบการศึกษา

    เช่น He graduated from Cambridge with honors.

          เขาจบการศึกษาจากเคมบริดจ์ด้วยเกียรตินิยม

2. university degree (noun) : ปริญญาจากมหาวิทยาลัย, ระดับมหาวิทยาลัย

    เช่น This job requires a university degree.

          งานนี้ต้องการปริญญาจากมหาวิทยาลัย

3. bachelor (noun) : บัณฑิต, ผู้ได้รับปริญญาตรี

    Synonym หรือคำที่มีความหมายเดียวกันกับคำนี้ก็คือ graduate

    bachelor ยังหมายถึง ชายโสด หรือ คนโสด ได้ด้วยน้าาา

    เช่น  Sarah holds a bachelor degree in Chemistry.

           ซาร่าห์จบปริญญาตรีสาขาเคมี

 4. career path (noun) : เส้นทางในสายอาชีพเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ 

     เช่น  I am not sure what future career path will suit me.

           ฉันไม่แน่ว่าเส้นทางในสายอาชีพในอนาคตแบบไหนจะเหมาะกับฉัน

 5. abroad (adverb) : ต่างประเทศ, ต่างแดน, แพร่หลาย

     Synonym ของคำนี้คือ overseas

     เช่น  Michael has been working aboard for two years.

            ไมเคิลได้ทำงานต่างประเทศมาสองปีแล้ว
 6. employer (noun) : นายจ้าง, ผู้ว่าจ้าง

     Synonym ของคำนี้คือ boss, owner, manager

     เช่น  We need a reference from your former employer.

            เราต้องการข้อมูลอ้างอิงจากอดีตนายจ้างของคุณ

 7. useful (adjective) มีประโยชน์ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้  

    Synonym ของคำนี้คือ beneficial ส่วน antonym หรือคำที่มีความหายตรงกันข้ามกับคำ นี้คือ useless ไม่มีประโยชน์

     เช่น Nina made herself useful by doing the washing for her mother.

           นีน่าทำตัวเองให้มีประโยชน์ด้วยการซักผ้าให้คุณแม่ของเธอ

 8. respondent (noun, adjective) : ผู้ตอบ,ผู้โต้ตอบ,ผู้ตอบสนอง, เกี่ยวกับการตอบ, การขานรับ

     เช่น A majority of respondents were against nuclear weapons.

           ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์

 9. expertise (noun) : ความรู้ความชำนาญ,ทักษะความรู้, ความเชี่ยวชาญความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ

     เช่น I have no expertise in sewing.

           ฉันไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บ



Idiom ที่ควรจำให้ขึ้นใจ!!!

 

When it comes to + (noun/phrase), (sentence).

เมื่อพูดถึง/เมื่อกล่าวถึง/เมื่อนึกถึง + (คำนาม/วลี), (ประโยค).

 

ตัวอย่างประโยคจากข่าว

When it comes to watershed moment like choosing a degree, 34 percent of the respondents made the decision on their own.

เมื่อพูดถึงช่วงเวลาผกผัน เช่น การเลือกเรียนในระดับปริญญา 34 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามทำการตัดสินใจด้วยตัวเอง 

‘like’ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ชอบ นะจ้ะ แต่หมายถึงการยกตัวอย่าง แปลว่า อย่างเช่น นะ!

อีกสักตัวอย่าง:

When it comes to computers, there is nothing she does not know.

เมื่อพูดถึงคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่เธอไม่รู้

Tense: Past Simple Tense

 

จากข่าวด้านบน เราจะสังเกตได้ว่ามี Tense หลายประเภทในรูปประโยคต่างๆ อาทิเช่น  Present Simple Tense, Past Simple Tense, Present Continuous Tense ซึ่งแต่ละ Tense ก็ทำหน้าที่แตกต่างกันไป

Past Simple Tense ก็คือหนึ่งใน Tense ที่เราพบเจอในข่าว.... 

ว่าแต่... Past Simple Tense คืออะไร มีโครงสร้าง และ ทำหน้าที่อย่างไร....

เรามาทำความรู้จักเจ้า tense ตัวนี้กันเลยดีกว่า 

Past Simple Tense คือ tense ที่เราใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดไปแล้ว ณ จุดใดจุดหนึ่งในอดีต ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

ประธานทุกตัวใช้กริยาช่องสองเหมือนกัน ยกเว้น was ใช้กับประธานเอกพจน์, were ใช้กับประธานพหูพจน์

 

โครงสร้างคือ Subject + V.2 + Object (ประธาน + กริยาช่อง2 + กรรม)

 

โดยประโยคที่เป็น Past Tense นั้นมักจะมี Adverbs of Time บ่งบอกเวลาในอดีต

เช่น ago (ผ่านมาแล้ว), yesterday (เมื่อวานนี้), last night (เมื่อคืนนี้), last week (สัปดาห์ที่แล้ว)

 

Past Simple Tense ยังสามารถใช้เล่ากิจวัตรที่ทำในอดีต โดยมีคำบ่งบอกความถี่อยู่ด้วย เช่น always (อย่างสม่ำเสมอ), sometimes (เป็นบางครั้ง), never(ไม่เคย) เป็นต้น

 

ตัวอย่างประโยคจากข่าวที่เป็น Past Simple Tense

1. UK-based market research agency YouGov found that 52 percent of Thai bachelor’s and above degree graduates work in jobs unrelated to their degrees.

หน่วยงานวิจัยการตลาดในสหราชอาณาจักร YouGov พบว่า ร้อยละ 52 ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทขึ้นไปทำงานในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับปริญญาของพวกเขา 

จากประโยคนี้ ประธานคือ UK-based market research agency YouGov 

                   กริยาช่อง 2 คือ found  (บ่งบอกว่า พบไปแล้ว)

ประโยคนี้ไม่มีกรรม แต่ใช้ that เชื่อม ตามด้วยประโยค เพื่อขยายว่าประธานพบว่าอะไร

 

2. When it comes to watershed moment like choosing a degree, 34 percent of the respondents made the decision on their own. 

เมื่อพูดถึงช่วงเวลาผกผัน เช่น การเลือกเรียนในระดับปริญญา 34 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามทำการตัดสินใจด้วยตัวเอง

จากประโยคนี้ ประธานคือ 34 percent of the respondents

                   กริยาช่อง 2 คือ made (บ่งบอกว่า ทำไปแล้ว)

                   กรรมคือ the decision 

ส่วน on their own (ด้วยตัวของพวกเขาเอง) ไม่ใช่กรรม แต่เป็นส่วนขยาย 

 

3. Some 31 percent said the decision was influenced by their parents, 24 percent by their friends, and 15 percent by their teachers.

ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 31 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า การตัดสินใจนั้นได้รับอิทธิพลมาจากพ่อแม่ของพวกเขา อีก 24% กล่าวว่าได้รับอิทธิพลจากเพื่อนๆของพวกเขา และอีก 15% ได้รับอิทธิพลจากคุณครูของพวกเขา

ประโยคนี้ยากขึ้นมานิดนึง ตรงที่มันอยู่ในรูป passive voice นั่นหมายถึง กรรมหรือสิ่งที่ถูกกระทำกลายเป็นประธาน และ ผู้กระทำ เรามักจะวางไว้ท้ายประโยค แต่ในบางบริบท เราอาจจะไม่ต้องใส่ผู้กระทำก็ได้ ในส่วนของกริยา เราใช้โครงสร้าง verb to be + verb ช่อง 2

จากประโยคนี้ ประธานคือ their parents

                  กริยาคือ was influenced

                  (was คือ verb to be ในรูปอดีต, influenced คือ verb ช่อง 2) 

                  กรรมคือ the decision

 

 

Past Simple Tense หลักๆก็มีประมาณนี้นะจ้ะ 

สำหรับนาทีนี้ English from News ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ 

แล้วกลับมาพบกันใหม่เร็วๆนี้ค่าาาา