IELTS
International English Language Testing System




IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ สำหรับผู้ที่ต้องการไปทำงาน หรือศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ แต่ในปัจจุบันสามารถใช้ที่ประเทศ แคนนาดา และสหรัฐอเมริกาได้ด้วย การสอบ IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ
1. Academic ซึ่งเป็นการสอบภาษาอังกฤษทางด้านวิชาการ เพื่อนำผลการทดสอบไปในเชิงวิชาการ เช่น สมัครเรียนใน มหาวิทยาลัยในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักเป็นต้น
2. General Training เป็นการสอบภาษาอังกฤษในเรื่องทั่วๆ ไป ผลการสอบมักจะถูกนำไปใช้ในเรื่องการขอวีซ่าเพื่อย้ายถิ่น ฐานไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักอย่างอังกฤษ หรือ ออสเตรเลีย เป็นต้น
โดยการสอบ IELTS จะทดสอบในเรื่อง
1. Listening ซึ่งประกอบไปด้วยคำถามทั้งสิ้น 40 ข้อ และมีเวลาในการสอบทั้งหมด 30 นาที โดยผู้สอบจะต้องฟังเนื้อหา เกี่ยวบทสนทนาระหว่างคนสองคน หรือจะเป็นบทพูดของคนๆ เดียว แล้วตอบคำถามซึ่งผู้เข้าสอบจะได้ฟังบทพูดเพียงแค่ ครั้งเดียวเท่านั้น
2. Reading ในการสอบ Reading นั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทตามประเภทการสอบที่ผู้เข้าสอบได้เลือกเอาไว้ นั่นคือ Academic Reading และ General Training Reading สิ่งแตกต่างระหว่างทั้งสองแบบนั้นก็คือ ตัวบทความที่จะต้องอ่าน Academic Reading นั้นบทความที่ผู้เข้าสอบจะได้อ่านจะเป็นบทความเกี่ยวกับ บทความทางด้านวิชาการที่น่าสนใจทั่วๆไป ซึ่งอาจจะประกอบได้ด้วยกราฟ หรือรูปภาพและอาจจะมีคำศัพท์เฉพาะทาง ซึ่งจะมีความหมายกำกับเอาไว้ General Training Reading นั้นเนื้อเรื่อง หรือบทความจะเป็นข้อเท็จจริงทั่วๆไป ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันในประเทศที่ภาษา อังกฤษเป็นหลัก รวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่นการสมัครงาน เป็นต้น ในส่วน Reading นั้นจะมีคำถาม ทั้งหมด 40 ข้อ และใช้เวลาสอบทั้งสิ้น 60 นาที
3. Writing การสอบ Writing จะแบ่งออกเป็น Academic Writing และ General Writing เช่นเดียวกับการสอบ Reading โดยทั้งสองประเภทผู้เข้าสอบจะต้องเขียนเรียงความทั้งสิ้น 2 ชิ้น โดยชิ้นที่หนึ่งต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำ และ 250 คำ สำหรับชิ้นที่สอง โดยมีเวลาเขียนทั้งหมด 60 นาที Academic Writing งานเขียนชิ้นแรกนั้นจะมี กราฟ หรือ ตารางข้อมูล โดยผู้เข้าสอบจะต้องเขียนสรุป, รายงาน หรือ อธิบาย ข้อมูลจากตารางหรือกราฟนั้นๆ ส่วนอีกชิ้นจะเป็นการเขียนแสดง ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องต่างๆ General Training Writing งานเขียนแรกจะเป็นการเขียนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ต่างๆ ที่ถูกกำหนดให้ โดยผู้เข้าสอบจะต้องเขียนเพื่อสอบถามข้อมูล หรือให้ข้อมูล ขึ้นอยู่กับว่าคำสั่งนั้นให้ทำอะไร ส่วน อีกงานเขียนผู้เข้าสอบจะต้องเขียนแสดงความคิดเห็น หรือข้อโต้แย้งในเรื่องต่างๆ เช่นเดียวกับ Academic Writing แต่ทว่า หัวข้อนั้นจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว หรือเกี่ยวข้องความเห็นตัวเองมากกว่าข้อเท็จจริง มากกว่าหัวข้อของ Academic Writing
4. Speaking การสอบพูดนั้นจะเป็นการลักษณะการสัมภาษณ์กับผู้คุมสอบ โดยจะเวลาในส่วนนี้ประมาณ 10 - 15 นาที ต่อ 1 คน โดยการสอบ Speaking นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ
ส่วนที่ 1 จะเป็นการแนะนำตัว และการพูดถึงเรื่องทั่วๆไป เช่นเรื่องงาน, การศึกษา หรือ งานอดิเรก
ส่วนที่ 2 จะเป็นการพูดในเรื่องที่ถูกำหนดให้โดยผู้คุมสอบ โดยผู้เข้าสอบจะต้องถึงเรื่องนั้นๆ คนเดียวเป็นเวลาประมาณ 2 นาที โดยมีเวลาเตรียมตัวให้ประมาณ 1นาที เมื่อพูดจบแล้วผู้คุมสอบจะถามคำถามถึงเรื่องที่ได้พูดมา
ส่วนที่ 3 จะเป็นการพูดคุยถามตอบ ต่อเนื่องมาจากหัวเรื่องในส่วนที่สอง เพื่อให้ผู้เข้าสอบอธิบายหรือแสดงความเห็นใน เรื่องนั้นๆ ได้มากยิ่งขึ้น
ตารางวันที่จัดสอบ
ตารางการสอบนั้นผู้ที่ต้องการสมัครสอบ IELTS นั้นสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ของ British Council ประเทศไทย หรือเว็บไซต์ของ IDP ข้อควรระวัง วันสอบ IELTS แบบ General Training นั้นจะมีน้อยกว่าแบบ Academic
การสมัครสอบ IELTS
ผู้ที่ต้องการสมัครสอบ IELTS สามารถติดต่อขอลงทะเบียนสอบด้วยตัวเองได้ที่ British Council ทุกสาขาหรือที่ IDP เพื่อความรวดเร็วผู้สมัครควรจะ กรอกใบสมัครให้เรียบร้อย และเซ็นต์ชื่อในคู่มือการสมัครพร้อมเตรียมสำเนาบัตรประชาชน และตัวจริง พร้อมกับรูปถ่ายขนาดที่ใช้กับวีซ่าของอเมริกา 2 รูป มาจากบ้าน
ค่าสมัครสอบ
ประมาณ 6,440 – 6,750 บาท ขึ้นอยู่กับว่าผู้สมัครไปสมัครสอบที่ไหน และกับใคร British Council หรือ IDP เพราะค่าสมัครสอบทั้งสองแห่งนั้นแตกต่างกัน แต่ข้อสอบจะเหมือนกัน
ผลการสอบ
ผู้เข้าสอบสามารถไปรับผลการสอบด้วยตนเองได้ที่ศูนย์สอบ 13 วันหลังจากการสอบ หรือจะให้ศูนย์สอบส่งรายงานผลการ สอบมาให้ผู้เข้าสอบทางจดหมายก็ได้ นอกจากนี้ผู้เข้าสอบยังสามารถเช็คผลการสอบจากทางอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย แต่ทว่าผลการสอบบนอินเตอร์เน็ตนั้น จะสามารถดูได้เป็นเวลาเพียง 14 วันหลังจากที่ออกมา
ข้อปฏิบัติในวันสอบ
1. ผู้เข้าสอบจะต้องนำเอกสารยืนยันตนเอง ซึ่งต้องเป็นอันเดียวกันกับที่ผู้เข้าสอบได้กรอกเอาไว้ในใบสมัคร นั่นคือถ้ากรอกว่า บัตรประชาชน ก็ต้องเอาบัตรประชาชนมายืนยัน ถ้ากรอกไว้ว่าพาสปอร์ตก็ต้องใช้พาสปอร์ต
2. ผู้เข้าสอบจะต้องนำหลักฐานการชำระเงินมาแสดงด้วย ในกรณีที่ลงทะเบียนออนไลน์
3. มีเพียงแค่หลักฐานการยืนยันตัวเองเท่านั้นที่ผู้เข้าสอบจะมีสิทธินำเข้าห้องสอบ อย่างอื่นห้ามหมดรวมไปถึงเครื่องเขียน แต่ไม่ต้องกังวลศูนย์สอบได้จัดเตรียมเครื่องเขียนเอาไว้ให้แล้ว
4. สิ่งของอื่นๆที่ห้ามนำเข้าห้องสอบนั้น ศูนย์สอบได้จัดบริการที่ฝากของเอาไว้ด้วย แต่จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย หรือการสูญหายที่เกิดขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
British Council
254 จุฬาลงกรณ์ ซอย64 สยามสแควร์ ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-657-5678 เว็บไซต์ http://www.britishcouncil.or.th หรือ British Council สาขาอื่นๆ ซึ่งสามารถดูได้จากในเว็บไซต์ของ British Council
IDP
ชั้น 4 อาคาร CP Tower 313 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-638-3111 ต่อ 111-112 เว็บไซต์ หรือ IDP สาขาต่างจังหวัด สามารถเช็คได้ว่ามีที่ไหนบ้างจากในเว็บไซต์ของ IDP


EOL Sitemap
Home
ABOUT
- เกี่ยวกับ EOL
- ความปลอดภัยของเว็บไซต
- กว่าจะเป็น EOL
EOL system
- What is EOL
- Personal
- CORPORATE
- 1 Year Course
- GEPOT
PRODUCT / สินค้าและบริการ
- สั่งซื้อสินค้า
- วิธีการสั่งซื้อ
- การชำระเงิน
- นโยบายการเปลี่ยนสินค้า
- การรับประกันสินค้า
EOL COLUMNS
-
Everyday English
- Hello ASEAN
- English for Kids
- English for You
- Proverbs / Slang / Idioms
- Communicative English
- Business World
- Songs for Soul
- Trendy Movies
STANDARD TEST
- Admission
- Cu - CU-TEP
- TU - GET
- TOEFL
- TOEIC
- IELTS
CONTACT
- ติดต่อเรา
- ร่วมงานกับเรา




เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร /ผู้ประกอบการพานิชย์อิเล็คทรอนิกส์เลขที่ 0105548060561
Copyright © 2008 By English Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Academics | Webmaster / Columnists | Mail
hit counter script