EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


Forgot Password?
    First Man (มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์)
Home  » Trendy Movies  »  First Man (มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์)
Headline : ใครเป็นแฟนตัวยงของเรื่องราวทางอวกาศ ห้ามพลาด ! เพราะหนังเรื่องนี้ได้รวบรวมภารกิจในตำนานที่มนุษย์ได้ไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกไว้ !
Date : 20   ตุลาคม   2561
View : 1222
By Ms.dreamcatcher
  

First Man

(มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์)

 

 

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เชิงชีวประวัติ  (Biography) ที่ถ่ายทอดภารกิจในตำนานของมวลมนุษยชาติของ นีล อาร์มสตรองมนุษย์คนแรกบนโลกที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ ซึ่งจะเน้นไปที่เรื่องราวระหว่างปี 1961-1969 ที่จะทำให้ทุกคนเห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความยิ่งใหญ่ของนีลอาร์มสตรองและภารกิจนี้ เด็กยุคใหม่แบบเราๆอาจไม่ทันได้อยู่ในสถานการณ์จริงที่ทั่วโลกถ่ายทอดสดการทำภารกิจครั้งนี้ ดังนั้นต้องติดตามกันให้ดีๆ บอกเลยว่าได้ทั้งความรู้ และความประทับใจในความสำเร็จของเพื่อนร่วมโลกครั้งนี้อย่างแน่นอน!

 

Trailer


 

การปล่อยยานอพอลโล่ 11

 

 

 

Synopsis (เรื่องย่อ)

 

The story of astronaut Neil Armstrong (Ryan Gosling), and the (1)legendary space mission that led him to become the first man to walk on the moon on July 20, 1969.

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของนีล อาร์มสตรอง (รับบทโดย ไรอัน กลอสลิง) กับภารกิจทางอวกาศในตำนานที่ทำให้เขากลายเป็นชายคนแรกของโลกที่ได้เหยียบดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม 1969

 

 

 

 

Years before Apollo 11 first touched ground on the moon, superior engineer Neil Armstrong (2)catches the attention of NASA, which is looking for pilots with excellent backgrounds in engineering. He’s recruited as an astronaut and moves his wife Jan (Claire Foy) and their family to Houston, where he (3)embarks on his new career for his country.

 

หลายปี ก่อนที่ อพอลโล่11จะได้แตะดวงจันทร์ นีล อาร์มสตรอง วิศวกรระดับสูงได้ไปเตะตาองค์กรนาซ่าเข้า ซึ่งกำลังมองหานักบินที่มีความรู้ด้านวิศวกรรมเป็นอย่างดี ต่อมา เขาจึงได้เข้าทำงานเป็นนักบินอวกาศและย้ายครอบครัว รวมถึงภรรยา (รับบทโดย แคลร์ ฟอย)ไปที่ฮิวสตัน ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้เริ่มภารกิจเพื่อประเทศชาติของเขา

 

 

 

The Cold War(4)ignites a (5)rivalry between the United States and Soviet Union, and a race (6)ensues to see which country will be the first to send a man to the moon. America (7)set its sights on achieving the (8) lunar landing before the end of the decade and Armstrong is (9)tasked  with (10)commanding the mission. However, this trip is not without its (11)risks, and as the launch date (12)looms closer, Armstrong must fight to ignore the (13)catastrophic danger and (14)growing (15)doubts that surround this impossible goal.

 

สงครามเย็นจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตและทำให้เกิดการแข่งขันกันว่าประเทศไหนจะสามารถส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ได้ก่อน ซึ่งอเมริกาก็สามารถทำสำเร็จก่อนสิ้นทศวรรษนั้น และอาร์มสตรองได้ถูกมอบหมายให้ดูแลภารกิจนี้ อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง ขณะที่วันปล่อยยานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อาร์มสตรองต้องพยายามเพิกเฉยอันตรายครั้งใหญ่ของภารกิจนี้และยังต้องพยายามไม่สนใจความเคลือบแคลงใจที่รายล้อมรอบเป้าหมายสุดเหลือเชื่อนี้

 

 

ตัวย่อที่จะเจอต่อไปนี้ย่อมาจากคำเหล่านี้นะคะ:

n.= noun (คำนาม)

v. = verb (กริยา)

adj. = adjective (คำคุณศัพท์)

prep. = preposition (คำบุพบท)

phrv. = phrsal verb (บุพบทวลี)

s.o. = someone (ใครบางคน)

so.th. = something (บางสิ่งบางอย่าง)

idm. = idiom (สำนวน)

 

 

1.   legendary (adj.) ที่เป็นตำนาน

 

* legend (n.) ตำนาน

 

2.   catch s.o.’s the attention (idm.) ดึงดูดความสนใจใครบางคน

  

* สำนวนนี้น่าสนใจ และเจอบ่อยมากๆ ถ้าแปลตรงๆคือ catch (v.) จับ attention (n.)  ความสนใจ หรือ เราจะใช้ grab (v.) คว้า แทน catch ก็ได้นะ  

 

ตัวอย่างประโยค

His excellent performance caught/grabbed my attention. (ผลงานที่เยี่ยม ยอดของเขาดึงดูดความสนใจฉัน/ทำให้ฉันรู้สึกสนใจ)

* ในเรื่องย่อใช้รูป catch the attention of NASA เพราะ of เป็น prep. ที่แสดงความเป็นเจ้าของได้เช่นกัน ซึ่งความหมายก็จะเหมือนกัน “catch NASA’s attention” เลยจ้า

 

3.   embark on (phrv.) เริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง(ที่สำคัญ)

 

* embark จะใช้ คู่กับ on/upon ก็ได้

ตัวอย่างประโยค

Neil embarked on/upon his career as an astronaut in Houston. (นีลเริ่มต้นอาชีพของเขาในฐานะนักบินอวกาศที่ฮิวสตัน)

 

4.   ignite (v.) จุดไฟ/จุดชนวน/ทำให้ลุกไหม้

 

5.   rivalry (n.) ความเป็นศัตรู

 

* rival (n.) ศัตรู

 

6.   ensue (v.) เกิดขึ้นตามหลังบางสิ่งบางอย่าง (มักเป็นผลของสิ่งๆนั้น)

 

7.   set s.o.’s sight on  (idm.) มีเป้าหมายในการ... /ตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งให้สำเร็จ

 

ตัวอย่างประโยค

Armstrong set his sight on being the first man to touch the moon. (อาร์มสตรองตั้งเป้าหมายจะเป็นชายคนแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์)

  

8.   lunar (n.) ดวงจันทร์

 

9.   task (n.) งานที่ยากลำบาก (v.) มอบหมายงานให้...

* ในเรื่องย่อนี้ task เป็นกริยา ถูกใช้ในรูปของ V.3 เพราะต้องทำให้รูปกริยาเป็น Passive Voice (be + V.3) เนื่องจากต้องการแสดงว่าเขาถูกให้ทำบางสิ่งบางอย่าง be tasked with so.th. จะแปลได้ว่า “ถูกมอบหมายงานให้ทำบางสิ่งบางอย่าง”

 

10. command(v.) ควบคุม/สั่งการ/มีอำนาจ

 

11. risk (n.) ความเสี่ยง (v.) เสี่ยง

 

* at risk of (เสี่ยงในการ…) เจอบ่อยมากๆ

ตัวอย่างประโยค

The Apollo 11 was at risk of running out of fuel. (ยานอพอลโล่ 11 เสี่ยงที่จะเชื้อเพลิงหมด)

 

12. loom (v.) ใกล้ที่จะมาถึง/ใกล้ที่จะเกิดขึ้น

 

13. catastrophic (adj.) ซึ่งเป็นหายนะ/ภัยภิบัติ

 

14. growing (adj.) ที่เจริญเติบโต/ที่เพิ่มมากขึ้น

 

15. doubt  (n.) ความสงสัย/ไม่แน่ใจ (v.) รู้สึกสงสัย/ไม่แน่ใจ

 

 


Grammar ที่น่าสนใจ: วันนี้ขอดึงเรื่องการใช้ prep. +N. มาทำให้เห็นภาพชัดขึ้น

 

ตามกฎไวยากรณ์ prep. (บุพบท) ต้องตามด้วย N. ”

ขอขยายเสริมว่า :

N. ในที่นี้ จะเป็นคำนาม/สรรพนาม/Gerund (V.ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม) หรือหน่วย

ไวยากรณ์อื่นๆที่ทำหน้าที่เหมือนนามก็ได้

*ส่วนใหญ่คนจะชอบเผลอใช้ prep.+ V. (ที่ไม่ใช่ Gerund) ซึ่งถือว่าผิดกฎไวยากรณ์

 

เช่น   Set its sight on achieve / achieves / achieved

At risk of runs / ran

 

ลองมาสังเกตการใช้ที่ถูกต้องจากบทย่อกัน :

embark on / set s.o.’s sight on/ task with/ at risk of (ส่วนที่ขีดเส้นใต้คือ prep.)

 

-Embark on his career (นามวลี)

-Set its sight on achieving (Gerund)

-Task with commanding (Gerund)

-At risk of running (Gerund)

 

 

 

 


Synopsis : www.showtimes.com

Pictures : www.imdb.com